เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน สำหรับผู้เริ่มต้น
การเริ่มต้นการเรียน SEO ในขั้นพื้นฐานนั้น ก่อนอื่นเราจะต้องทำความรู้จักกับ SEO หรือ Search Engine Optimization นั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่คนในวงการการหาเงินออนไลน์ควรรู้จักและจำเป็นต้องทำความเข้าใจพื้นฐาน SEO เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงประสิทธิภาพสูงได้ โดย SEO นั้น แปลสั้นๆได้ใจความว่า การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับ Search Engine ซึ่งโดยปกติแล้ว คนไทยส่วนใหญ่และคนทั่วโลก ก็ต้องให้ Google เป็น Search Engine อันดับหนึ่งในปัจจุบัน

โดยปกติแล้ว Search Engine นั้นจะเข้าไปเก็บรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลกด้วยหุ่นยนต์(Robot) หรือที่เรียกกันว่า spider ด้วยความที่ใช้ robot ในการทำงาน แม้จะทำงานได้อย่างรวดเร็วในการเก็บข้อมูล แต่ข้อด้อยของ robot ที่เห็นได้ชัดก็คือ ยังไม่สามารถเข้าใจข้อมูลหลายๆอย่างได้เทียบเท่ามนุษย์นั่นเอง เพราะฉะนั้น เจ้าของเว็บไซต์จึงต้องทำการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้ Robot ของ Search Egnine เข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะ Search Engine จะต้องนำข้อมูลเหล่านั้น ไปแสดงบนผลการค้นหาต่อผู้ค้นหาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ Search Engine ที่จะต้องมอบข้อมูลให้ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหามากที่สุดและดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

ดังนั้นในเบื้องต้น เราควรรู้ว่า SEO คืออะไร และทำงานอย่างไร และมีวิธีการปรับแต่งอย่างไร เพื่อให้ Search Engine เข้าเว็บไซต์เราได้มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึง เว็บไซต์จะมีโอกาสที่จะติดอันดับแรกๆบน Google หรือ Search Engine อื่นๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว เว็บไซต์ที่ได้อันดับต้นๆบนผลการค้นหา จะสามารถดึงคนเข้าเว็บไซต์ได้เป็นจำนวนมาก และนั่นหมายถึง โอกาสที่จะทำเงินจากสินค้าและบริการ ก็มากขึ้นตามไปด้วย และโดยส่วนใหญ่แล้ว ลูกค้าก็มักจะใช้ Search Engine อย่าง Google ค่อนข้างมากซะด้วย เพราะฉะนั้น จึงทำให้อุตสาหกรรมหรือธุรกิจด้าน SEO เป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่มาก

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  1 เข้าใจการทำงานของ Search Engine

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  2 ผู้ใช้งาน Search Engine

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  3 สาเหตุที่ Search Engine Marketing จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  4 เข้าใจเบสิคการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับ Search Engine

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  5 Keyword Research การวิจัยคีย์เวิร์ด

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  6 ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มีผลต่ออันดับบน Search Engine

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  7 การสร้าง Link (Link Building)

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  8 เครื่องมือแนะนำของ Search Engine

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่  9 สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Search Engine

เรียน SEO ขั้นพื้นฐาน บทที่ 10 การเก็บข้อมูลและการติดตามผล

ซึ่งข้อมูลจาก 10 นี้ ผมได้ข้อมูลการศึกษามาจาก moz.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการด้าน SEO ที่ทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี และมีข้อมูลที่น่าสนใจมาก ผมจึงได้เรียบเรียงใหม่เพื่อให้เพื่อนๆสามารถเข้าใจพื้นฐาน SEO ได้ดียิ่งขึ้น แต่เรื่องของ SEO นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาอยู่ตลอดเวลา เพราะ SEO มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และทำให้เจ้าของเว็บไซต์ต้องปรับกลยุทธ์ ให้เหมาะสมกับ Search Engine อยู่เสมอ นั่นเอง

การปรับ SEO On-Page

เป็นการปรับให้เว็บรองรับและสนับสนุนการทำ SEO โดยเน้นการปรับโครงสร้างภายในของเว็บที่จะทำอันดับบน Google ซึ่งการปรับ on page มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการบอกให้ Search Engine เข้าใจว่าเราทำเว็บเกี่ยวกับอะไร และเว็บของเราอยู่ในกลุ่มใดของคำค้นหา ไม่เพียงแต่การปรับ On Page จะเป็นการทำให้เว็บค้นหารู้จักเว็บของเราว่าเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไรแล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เว็บติดอันดับ Google เพราะหากเราเขียนเนื้อหาที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน เมื่อมีคนเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา และเห็นว่าเนื้อหามีประโยชน์ ก็จะส่งต่อหรือเผยแพร่ต่อไป ทำให้เว็บของเราเป็นที่สนใจของผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับบทความที่เรานำเสนอ ซึ่ง เราสามารถปรับ seo on page ได้ดังนี้

  1. Title Tag ไตเติ้ลของ web นั้นมีความสำคัญและเป็นตัวที่จะทำให้ Search Engine รับรู้ว่าเว็บของเรามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรและเน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ โดยที่ระบบกูเกิ้ลจะให้ความลำดับความสำคัญของ Title จากซ้ายไปขวา หากต้องการเน้นคำไหนก็สามารถเขียนคำนั้นอยู่ตอนต้นของประโยคในไตเติ้ลแท็ก ทั้งนี้ไม่ควรกำหนดให้ title สั้นหรือยาวมากจนเกินไป และไม่ควรใช้คำซ้ำๆ กัน
  2. Meta Description Tag ในการบริการ SEO สิ่งที่จะทำให้เว็บค้นหารู้จักและเข้าใจว่าเว็บเรานั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับ อะไร นอกจาก title แล้ว ยังมีอีก tag คำสั่งที่เป็นการอธิบายภาพรวมของเว็บไซต์ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร นั่นคือ Meta Description นั่นเองครับ ในการทำให้ website รองรับการรับทำ SEO ราคาถูก บริการ SEO รับโปรโมทเว็บให้ติดอันดับ Google เราควรใส่คำอธิบายเว็บลงไปในส่วนนี้ ทั้งนี้จะเป็นการทำให้ Search Engine นำเว็บไซต์ของเราไปจัดอันดับอย่างถูกต้องตามกลุ่มคำค้นที่สอดคล้องกับเนื้อ หาของเว็บ
  3. Meta Keywords Tag หากเราต้องการให้ Google Search นำ website ของเราไปแสดงในกลุ่มใด สามารถกำหนดคีย์เวิร์ดหลักของเว็บได้จากแท็กคำสั่งนี้ ซึ่งคุณสามารถเพิ่ม keyword ได้มากกว่า 1 คำ โดยมีเครื่องหมาย , (คอมม่า) คั่นกลางระหว่างคำ หรือคีย์เวิร์ดที่ต้องการทำอันดับ เทคนิคการเพิ่ม Keyword คือ ไม่ควรใส่มากเกินไป และควรเพิ่มคำที่มีอยู่ในเนื้อหาของ website
  4. H1 H2 H3… Tag หากคุณต้องการให้เว็บไซต์เป็นที่สนใจของ Google มากขึ้น สามารถใช้แท็กคำสั่ง H1 H2 H3 ในการกำหนดขนาดของหัวข้อหรือชื่อเรื่องของเนื้อหา และควรมี Keyword หลักของเว็บรวมอยู่ในชื่อเรื่องด้วย
  5. Strong Tag การใช้คำสั่งตัวหนา (Strong) ให้กับข้อความ หรือ Keywords ที่เราต้องการเน้นนั้น มีความสำคัญต่อการทำอันดับอยู่ไม่น้อยครับ ทั้งนี้เราสามารถใช้คำสั่งขีดเส้นใต้ ตัวเอียง หรือการเพิ่มสีให้กับตัวอักษรในคำหลักของเว็บ เป็นอีก Fector ที่มีผลต่ออันดับและทำให้อันดับของเว็บไซต์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป ควรทำอย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
  6. Text Link ในหน้าหลักของเว็บไซต์ที่ต้องการโปรโมทเว็บให้ติดอันดับ Google นั้น ควรสร้าง Anchor Text Link คีย์ที่ต้องการทำอันดับเข้าสู่เว็บหลัก ซึ่งในหน้าหลักนั้น หากมีลิงค์ไหนที่มีการเชื่อมโยงไปยังเว็บข้างนอก ควรตั้งค่าให้เป็นลิงค์เชื่อมโยงแบบ Nofollow เพื่อไม่ให้สูญเสียค่า Page Rank ไปให้กับเว็บอื่น ส่วนการเชื่อมโยงลิงค์ภายในเว็บควรตั้งค่าเป็นลิงค์แบบ Dofollow ซึ่งโดยปกติแล้วหากเราไม่ได้กำหนดค่าอะไรให้กับลิงค์ Search Engine จะเข้าใจว่าเป็น Dofollow อัตโนมัติ และควรเพิ่มค่า title เพื่ออธิบาย Link ที่เชื่อมโยง
  7. Image การสร้าง website นั้นไม่ได้มีเพียงแค่เนื้อหา ข้อความ เพียงอย่างเดียว การเพิ่มรูปภาพให้กับเว็บไซต์จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้อ่านเนื้อหา มากยิ่งขึ้น ซึ่ง การเพิ่มรูปภาพให้กับเว็บเพจนั้น ควรใช้คำสั่ง alt เพื่ออธิบายให้ google search เข้าใจว่ารูปภาพนั้นเกี่ยวกับอะไรและมีความสอดคล้องกับบทความในเว็บอย่างไร
  8. Keyword In Content อีกวิธีหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการเขียนบทความ และให้เว็บค้นหาเข้าใจว่าบทความของเรามีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องไหนเป็นพิเศษ คือ การใส่ keyword ที่บริเวณตำแหน่งของเนื้อหาในส่วนแรก (First Content) ให้ใส่ คีย์เวิร์ด ไว้ในตำแหน่ง 20 – 30 คำแรกโดยประมาณ ให้ชัดเจน หรืออาจจะใช้ตัวอักษรลักษณะเอียงหรือขีดเส้นใต้ก็ได้ การใส่ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนสุดท้ายของบทความ (The last content) เพื่อเน้นความสำคัญหรือใช้ในการสรุปเนื้อหา อาจจะใช้เป็นลักษณะขีดเส้นใต้ ตัวเอียงหรือหนา (แนะนำให้ใช้ tag แบบ < b>คีย์เวิร์ด< /b> หรือแบบ < strong>คีย์เวิร์ด ก็ได้มีค่าเท่ากัน เนื่องจาก Search Engine มีการให้คะแนนการจัดอันดับมากกว่า 200 ปัจจัย) ก็ได้ครับตามแต่จะสะดวก
  9. Keyword In File Name ใช้วิธีเพิ่ม keyword ในการตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ (Folder name, File name) วิธีนี้ได้ผลเป็นที่ดีมากครับ เพราะ Search Engine จะให้น้ำหนักกับชื่อไฟล์หรือโฟล์เดอร์ หรือที่เรียกว่า Keyword In File Name กรณีที่เขียนเว็บเองไม่ได้ใช้ CMS สำเร็จรูปอย่าง WordPress สามารถที่จะกำหนดค่า .htaccess ในการแสดงชื่อไฟล์ภาษาไทย ตามด้วยนามสกุล .php หรือ html แล้วแต่จะสะดวก แนะนำใช้แบบ .php เพราะ .html มีจุดด้อยในการพัฒนาเว็บ ตัวอย่างเช่น ไม่สามารถ include คำสั่งจากที่อื่นมาได้ ส่วนกรณีที่ใช้เว็บสำเร็จรูปก็อาจใช้เครื่องหมาย – ในการแยกคำที่มีหลายพยางค์ เป็นต้น
  10. Keyword In Domain หากท่านสามารถลงทะเบียนใช้งานโดเมนเนมได้ตรงกับ Keyword เป็นเรื่องที่ดีมาก หากชื่อไม่ว่างแล้วท่านก็สามารถที่จะใช้วิธีนี้ได้เพียงแต่อาจเอาคำอื่นมา รวมอยู่กับชื่อที่ตรงคีย์เวิร์ด เรื่องของคีย์เวิร์ดในโดเมนนั้นสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ในปัจจุบันจะต้องทำให้คุณภาพมากยิ่งขึ้นครับ
  11. Content Update การปรับให้เว็บสนับสนุนการบริการ SEO ด้วยเอสอีโอออนเพจ นั้น นอกที่เราจะปรับให้โครงสร้างของเว็บถูกหลักตามมาตรฐานของเว็บแล้ว สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การหมั่นพยายามอัพเดทเนื้อหาของเว็บอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เว็บมีบทความให้ผู้ที่สนใช้งาน เข้ามาอ่าน และศึกษาหาความรู้จากเว็บของเรา อีกทั้งเพื่อบอกให้ Google Bot เข้ามาอัพเดท Cache ของเว็บเราอย่างต่อเนื่อง เราควรอัพเดทเนื้อหาของเว็บอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะทำให้เว็บของเราเป็นเว็บที่มีข้อมูลใหม่ สด และเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอยู่เสมอ
  12. XML-Sitemap การที่จะทำให้เว็บของเรามีการอัพเดท Cache ของ Search Engine อย่างต่อเนื่องนั้น นอกจากการรอให้ Google Bot วิ่งเข้าหาเว็บ เพื่อเก็บข้อมูลไป Index แล้ว การใช้ Google Webmaster Tools ในการอัพเดท Sitemap นั้นมีความสำคัญ เนื่องจาก การเพิ่ม Sitemap ของเว็บเราเข้าไปในส่วนของเครื่องมือเว็บมาสเตอร์ จะช่วยทำให้เพจที่สร้างใหม่มีการ Index เร็วขึ้น และจำนวนหน้าของเว็บมีผลต่ออันดับบน Google Search ด้วย อย่างไรก็ตามหากเว็บนั้นมี Back Link คุณภาพ และมีการเพิ่มบทความที่มีประโยชน์อย่างต่อเนื่องทุกวัน เว็บไซต์นั้นก็จะได้รับความสนใจจาก Google Bot เป็นพิเศษ และหน้า web ที่สร้างใหม่ก็จะถูกนำไปเก็บไว้ใน Search Engine อย่างรวดเร็ว
  13. Web Structure and Web Layout การจะทำให้ web สนับสนุนระบบค้นหาของ google ให้มีประสิทธิภาพนั้น โครงสร้างของ web ก็มีส่วนสำคัญในการให้คะแนนสำหรับจัดอันดับด้วยเช่นกัน เว็บที่มีโครงสร้างที่ดีและสนับสนุน SEO คือเว็บที่เขียนด้วยภาษา HTML และ PHP หรือภาษาอื่นๆ ที่มีรูปแบบการใช้แท็กคำสั่งที่ถูกต้อง รวมทั้งมีการจัดโครงสร้างเว็บให้รองรับการทำงานของเครื่องมือค้นหา โดยใช้เครื่องมือ W3C Validator ในการตรวจสอบความถูกต้องของการเขียนเว็บไซต์ และการทำให้ web มีโครงสร้างที่ง่ายต่อการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลนั้น ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยในเรื่องของการทำอันดับครับ
  14. Keyword Density การจะทำให้เว็บเป็นที่ต้องการของระบบค้นหานั้น นอกจากการเขียนด้วย unique content แล้ว ควรมีการกำหนดความหนาแน่นของคีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติด้วย การกระจายคีย์เวิร์ดที่มีความหนาแน่นน้อยก็จะไม่ช่วยเรื่องของอันดับมากเท่า ที่ควร แต่หากกำหนดความหนาแน่นของคีย์เวิร์ดมากเกินไป ก็อาจทำให้เว็บหายไปจากอันดับต้นๆ ได้ ดังนั้นการตั้งค่า Keyword Density ของเว็บให้เหมาะสมและเป็นธรรมชาติ จะช่วยทำให้เว็บติดอันดับยาวนานและยั่งยืนครับ
  15. High Traffic High Ranking การทำ SEO โดยหวังเพียงแค่อันดับบน Search Engine เพียงอย่างเดียวนั้นไม่ยั่งยืน เพราะปัจจุบันกูเกิ้ลได้นำเอาคนมาเป็นตัวแปรหนึ่งในการวัดคะแนน สำหรับจัดอันดับ หมายความว่า การปรับแค่เพียง SEO On-Page และ SEO Off-Page เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ได้สร้างความยั่งยืนของอันดับ เจ้าของ web ควรใส่ใจในส่วนของเนื้อหา โดยปรับให้เนื้อหาภายในเว็บมีคุณภาพเป็นมิตรกับผู้อ่าน และสร้างบทความที่มีประโยชน์ เพื่อที่จะทำให้เว็บมีจำนวนผู้อ่าน หรือสมาชิกในการติดตามข้อมูลของเว็บอย่างต่อเนื่อง เมื่อเว็บมีบทความที่ดี มีแบ็คลิงค์คุณภาพในปริมาณที่พอดี และมีจำนวน UIP Traffic ที่เหมาะสมกับ Keyword หลักของเว็บ อันดับบนเว็บค้นหาก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเว็บที่ดี
  16. Google Tools and API ปัจจุบันทางกูเกิ้ลได้พัฒนาเครื่องมือสำหรับให้ยูสเซอร์เข้าลงทะเบียนใช้งาน ฟรีมากมาย และหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้นั้นก็เพื่อทำให้ผู้ใช้งานสามารถดึงเอาศักยภาพของ Search Engine อันดับหนึ่งของโลกมาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการของ Google และแน่นอนครับว่า การปรับ SEO-On Page ที่ดีนั้น ควรนำเอาระบบ Google Services มาติดภายในเว็บไซต์หลัก หรือเขียนคำสั่งเชื่อมโยงกับ Google API เพื่อทำให้เว็บมีการเชื่อมโยงของข้อมูลและการนำเสนอ website ที่ดี อีกทั้งเป็นการทำให้ web สนับสนุนการใช้งานของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บได้อย่างหลากหลาย ตลอดจนสามารถโต้ตอบและแชร์บทความของเว็บได้
  17. Use Local Language ในการทำ SEO ติดอันดับ Google ที่ถูกต้องตามกฎและนโยบายของกูเกิ้ลแล้ว การเลือกใช้ภาษาให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในการประชาสันพันธ์ เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น หากเราต้องการทำอันดับบน Google.co.th ให้เราสร้างเว็บไซต์ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการเขียนเนื้อหา หากเราต้องการทำอันดับบน Google.com ให้เราใช้ English (US) เป็นภาษาหลักในการเขียนบทความของเว็บไซต์ นอกจากนี้แล้วให้เราไปกำหนดเป้าหมายการทำอันดับกับ Webmaster Tools และควรใช้โฮสที่มีค่า IP Address ที่สมพันธ์กับท้องถิ่นที่ต้องการโปรโมทด้วย
  18. Unique Content On Page การเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนั้น ควรเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด หรือสร้างบทความที่ไม่ซ้ำใคร และเนื้อหาเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่าน การทำ SEO คือการตอบสนองความต้องการด้านข้อมูลระหว่างผู้สร้างข้อมูล คือ Webmaster กับผู้ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล คือ Search Engine การมอบสิ่งที่เว็บค้นหาต้องการ Search Engine ก็จะมอบอันดับที่เราต้องการด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราควรขยันอัพเดทบทความคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญในเรื่องของคนมากกว่าอันดับ เพราะคนจะเป็นส่วนสำคัญที่จะตัดสินว่าเว็บของเราควรอยู่ที่ตำแหน่งไหนของผล การค้นหา Search Engine Result Pages (SERPs)
  19. Build Link In Site การเชื่อมโยงลิงค์ภายในเว็บเป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้มีความสัมพันธ์กันของ ข้อมูล พยายามนำทางผู้ใช้งานให้เข้าถึงข้อมูลภายในเว็บอย่างถูกต้อง และนำเสนอเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน ปรับให้เว็บมีโครงสร้างที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยกำหนดหน้าแรกเป็นตัวหลักในการนำทางไปยังหน้าย่อย และมี Anchor Text Link นำทางไปยังบทความต่างๆ ภายในเว็บไซต์

การปรับ SEO Off-Page

การปรับ SEO Off-Page

เป็นการปรับให้เว็บไซต์รองรับและสนับสนุนการทำ SEO โดยเน้นการปรับที่โครงสร้างภายนอก กล่าวคือ เป็นการเขียนบทความคุณภาพที่น่าสนใจและเป็นมิตรกับผู้อ่าน แล้วทำการเชื่อมโยงลิงค์ไปยังเว็บหลัก หรือเรียกว่า การสร้าง Back Link ซึ่งการปรับเอสอีโอออฟเพจที่ถูกต้องนั้น ควรให้ความสำคัญคุณภาพของบทความ โดยบทความเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เนื่องจากหากเขียนบทความที่น่าสนใจก็จะมีผู้ที่เข้ามาอ่านนำหน้า web ดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ ซึ่งเป็นการสร้างแบ็คลิงค์ที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ การสร้าง Blog Networkก็เป็นการทำ SEO Off Page อีกแบบหนึ่งเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ทำ SEO มีการเขียนเนื้อหาให้มีคุณภาพและมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด หากเขียนบทความที่ดีและเป็นมิตรกับผู้อ่านแน่นอนว่าหน้าเว็บไซต์เหล่านั้นก็ จะขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของผลการค้นหา Google และส่งผลให้เว็บหลักมีอันดับที่ดีขึ้นอีกด้วยครับ สรุป คือ การสร้างลิงค์เชื่อมโยงจากภายนอกเข้าสู่หน้า web หลักที่ต้องการทำอันดับนั่นเองครับ

  1. Link Building การสร้างรูปแบบลิงค์ที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาตินั้น ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของบทความเป็นอันแรก หากเนื้อหาไม่ได้คุณภาพและมีการเชื่อมโยง Anchor Text Link ไปหาเว็บหลักก็ไม่มีประสิทธิภาพ และอาจทำให้อันดับแย่ลงกว่าเดิม การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและมีเอกลักษณ์ จะช่วยทำให้ลิงค์เหล่านั้นสามารถดันอันดับเว็บหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. Keyword Diversify การบริการ SEO ปัจจุบันแตกต่างจากยุคที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง Google เน้นคุณภาพมากขึ้น การโปรโมทเว็บต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบต่อผู้ค้นหาข้อมูลผ่านทาง Search Engine มากขึ้น เนื้อหาที่นำไปแสดงต่อผู้อ่านจึงควรเป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์และเป็นที่ต้อง การของผู้ค้นหาอย่างแท้จริง การที่มุ่งหวังผลแต่เพียงอันดับอย่างเดียว โดยการใช้ Keyword ซ้ำๆ ในการทำอันดับนั้นไม่เป็นผลดีต่อการโปรโมทเว็บในยุคที่อัลกอลิทึมเน้นคุณภาพ หากต้องการที่จะทำอันดับบน Google Search คุณควรเปลี่ยน Keyword Link ตามความเหมาะสมของเนื้อหาเพื่อเชื่อมโยงไปหา website หลักอย่างสัมพันธ์กัน การสร้างลิงค์คุณภาพจึงควรมีการปรับ Keyword Diversify อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพตลอดจนสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาที่ผู้ค้นหาข้อมูลต้อง การอย่างสร้างสรรค์
  3. Page Rank ในการบริการ SEOในยุคนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าค่า PR ไม่มีความสำคัญ อันที่จริงแล้ว Google ใช้ปัจจัยมากมายในการจัดอันดับและค่า PR เป็นหนึ่งในปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่ออันดับของ website ในขณะที่เว็บไซต์ปริมาณของ Back Link และคุณภาพของเนื้อหาอยู่ในระดับเดียวกัน web ที่มีค่า Page Rank สูงกว่าจะมีอันดับที่ดีกว่า ทั้งนี้ค่าดังกล่าวนี้จะเป็นการระบุให้เข้าใจว่า web นั้นมีคุณภาพมากน้อยเท่าใด ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0 – 10 การจะทำให้เว็บของเรามีค่า Page Rank ที่สูงขึ้นนั้น เราสามารถไปเขียนบทความที่น่าสนใจในเว็บที่มีค่า PR สูงๆ และทำสร้าง Link กลับไปยังเว็บหลัก
  4. Social Network แนวทางการโปรโมทเว็บเพื่อทำอันดับบน Google อีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่ออันดับอย่างมาก คือ Link จากเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google Plus, Twitter และ Youtube เป็นส่วนสำคัญในการทำอันดับอย่างมาก การแชร์บทความคุณภาพผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คและการสร้างวีดีโอเผยแพร่บน Youtube เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้อันดับเว็บไซต์ของคุณดียิ่งขึ้น
  5. Unique Content Off Page ในการโปรโมทเว็บติดอันดับ Google นั้น สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การสร้างบทความคุณภาพไม่ซ้ำใคร หรือที่เรียกว่า Unique Content หรือ อาจเรียกอีกอย่างว่า Quality Content โดยที่บทความคุณภาพ จะต้องเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และมีเนื้อหาที่ครอบคลุม ภาษาเขียนได้ถูกต้องตามหลักไวยกรณ์ และประโยคที่เขียนเป็นมิตรกับผู้อ่าน บทความนั้นจะต้องให้สาระประโยชน์แก่ผู้อ่าน ตลอดจนอธิบายรายละเอียดเรื่องนั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้ง ผู้ที่เข้ามาอ่านบทความแล้วได้รับความรู้โดยที่เข้าใจรายละเอียดได้ในระดับ ที่ดี การสร้าง Back Link ด้วยบทความ Unique Content จึงเป็นการทำอันดับที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ web ที่ทำ SEO ด้วยวิธีคุณภาพ สามารถติดอันดับได้อย่างยาวนาน ยั่งยืน ปลอดภัย
  6. High Authority Page Back Link การสร้าง Back Link นอกจากจะอาศัยบทความที่เป็น Unique Content ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านแล้ว การสร้างแบ็คลิงค์จากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ หรือเว็บที่มีจำนวนคนเข้าเว็บมากๆ นั้น มีความสำคัญ เนื่องจากแบ็คลิงค์ดังกล่าวจะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บหลัก และได้รับค่า PR ไปด้วย ส่วนใหญ่เว็บที่มีคุณภาพจะมีจำนวนหน้าที่ Index จำนวนมาก มีสมาชิกหรือผู้คนที่เข้ามาอ่านเนื้อหาภายในเว็บจำนวนมาก และค่า Page Rank ของเว็บก็จะมีค่ามากด้วย
  7. Difference IPs Class and Difference Country การปรับ SEO Off Page นอกจากต้องอาศัยบทความคุณภาพ Quality Content ในสายตากูเกิ้ลแล้ว การเลือกใช้ web ที่มีความแตกต่างของค่า IPs Address นั้นมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย และช่วยในเรื่องของอันดับได้จริง เพราะ Google มองว่าการสร้างลิงค์จากไอทีที่แตกต่างกัน และ Server ไม่ซ้ำกันนั้น เป็นลิงค์ที่เชื่อมโยงเข้าสู่เว็บหลักอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตามกูเกิ้ลมีเครื่องมือและระบบ Google Algorithm ตรวจสอบความถูกต้องของ Link และ Content เหล่านั้นได้ ว่าเป็นการสร้างอย่างเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะคำนวณคะแนนและจัดลำดับของผลการค้นหา Search Engine Result Pages (SERPs) รวมไปถึงตำแหน่งที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ ว่ามีความสัมพันธ์กับการทำอันดับในแต่ละท้องถิ่นหรือไม่

วิธีโปรโมทเว็บ

วิธีโปรโมทเว็บให้ดังสุดๆ ให้เว็บเป็นที่รู้จักทั่งโลกลองมาอ่านบทความนี้ครับ

Submit เว็บเราเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ
ข้อนี้ต้องขยันนิดนึง เพราะคุณต้อง submit URL เว็บของเราเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ข้อได้เปรียบของเว็บก็คือ คุณสามารถโปรโมทเว็บไปสู่ search engine ของเว็บได้ และยังโปรโมทไปสู่ search engine เฉพาะทางเช่นพวก Blog Search Engine ได้อีกด้วย

Link ไปหาบล็อกอื่น
วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือทำ link ไปหาบล็อกอื่น ๆ ที่คุณสนใจก่อนเลย นักเขียนบล็อกหลาย ๆ ท่านมักะใจจดใจจ่อ อยู่ตลอดอยู่แล้วว่า จะมีใครทำ link มาหาบ้าง เมื่อคุณลิงค์ไปหาเค้าก่อน คุณก็อาจจะได้เป็นจุดสนใจ ทำให้เจ้าของบล็อกนั้น ๆ รู้จักบล็อกของคุณ คราวนี้แหละครับ ถ้าบล็อกเราดีจริง เค้าก็คงไม่รังเกียจที่จะทำ link มาหาเราแน่นอนครับ หรือถ้าให้ชัวร์ หลังจากที่คุณทำลิงค์ไปหาบล็อกอื่นแล้ว ลองเมล์ไปบอกเจ้าของบล็อกเค้าด้วยก็ดีครับ ว่าเราทำลิงค์ไปหาแล้วนะครับ
ไป Comment ที่บล็อกคนอื่นบ้าง
เวลาเราไปอ่านบล็อกคนอื่น ก็ไปเขียนคอมเม้นต์ไว้บ้างนะครับ มีคำแนะนำนิดนึงว่า อย่าไป spam comment เค้านะครับ เพราะขนาดเราเองยังรำคาญเวลามีคนมา spam comment ของเรา ใจเขาใจเราครับ ( เพิ่มเติมครับ ตอนนี้ในส่วน comment ของระบบ blog อย่าง wordpress มักจะมีแท็ก no follow ครอบอยู่ ทำให้ไม่สามารถช่วยในเรื่อง link popularity ได้แล้วนะครับ คงได้ประโยชน์คือให้เจ้าของบล็อก รู้จักบล็อกเราเท่านั้ัน)
ออกแบบบล็อกให้ดูดีสวยงาม
ถ้าคุณออกแบบบล็อกให้สวย ๆ หรือมีดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา คุณก็มีโอกาสที่จะโปรโมทเว็บของคุณที่ Rookienet หรือเว็บที่พูดคุยถึงเรื่องการดีไซน์เว็บ เป็นต้น
ทำ Tag ไปหา technorati
บล็อกเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังอย่าง Technorati นั้นมี pagerank ที่สูงทีเดียว ยิ่งถ้าแต่ละบทความของคุณ มีการใส่ tag ไปแจ้ง technorati ไว้ เราจะได้ผลสองทางคือ ทางตรง ได้ไปอยู่ใน technorati directory และ ทางอ้อม คือ bot ของ search engine ต่าง ๆ จะวิ่งต่อจาก technorati มาเก็บข้อมูลในบล็อกของเราด้วย
ทำ signature ตอนตอบกระทู้ใน Web Board
เวลาไปตอบกระทู้ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ก็อย่าลืมตั้งค่า signature ให้ลิงค์มาที่บล็อกของคุณด้วย คำแนะนำคือ ตอบกระทู้ในสิ่งที่คุณตอบได้ อย่า spam เว็บบอร์ด ให้ตอบในเรื่องที่เรารู้จริง จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้บล็อกของ… ลองแวะไปที่เว็บบอร์ดสำหรับชาวบล็อกอย่าง Blogger Talk ก่อนได้
ใช้ Social Bookmark
ในยุค web 2.0 อย่างตอนนี้ ลองใช้ประโยชน์จากเว็บพวก social bookmark ให้เกิดประโยชน์ ถ้าบทความในบล็อกของเรา ได้ไป link อยู่ในเว็บเหล่านี้ จะเป็นการเพิ่ม traffic และเพิ่ม link popularity ไปในตัว ลองดูเว็บอย่าง del.icio.us หรือ digg แต่ถ้าหากเป็นของไทย ลองแวะไปที่ Zickr
Ping ไปที่ Blog Search Engine
ถ้าระบบบล็อกของคุณเป็นโปรแกรมอย่างพวก WordPress หรือ MovableType คุณก็จะสามารถตั้งค่าของโปรแกรมให้ทำการ ping บทความหรือบล็อกของคุณ เข้าสู่ Blog Search Engine ในทุก ๆ ครั้งที่คุณอัพเดทบล็อกโดยอัตโนมัติ ลองดู ping list ที่นี่ดูครับ
เขียนบทความในเว็บอื่นหรือบล็อกอื่นๆ
หลายแห่งเปิดให้เราได้แสดงความสามารถ หรือเขียนบทความที่มีประโยชน์ ต่อกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ หรือบล็อกของเค้า และส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราเขียนเรื่องส่งไป เราจะได้ credit เล็ก ๆ ก็คือ link กลับมาหาบล็อกของเรา

Data Transfer คือ

Data Transfer  คืออะไร
Data Transfer คือ ข้อมูลที่วิ่งเข้าและออกระหว่างเครื่อง server และผู้ที่เข้ามาติดต่อใช้งานเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นผ่านทาง http,ftp หรือ ทาง e-mail ก็ตาม ซึ่งโดยทัวไป โฮสติ้งแต่ละแห่ง ก็ได้กำหนดปริมาณการเข้าออกข้อมูลไว้ในหน่วยเป็น Byte และมีการจำกัดปริมาณไว้ต่อเดือนตามอัตราที่เหมาะสมของแต่ละ hosting ซึ่ง Data Transfer หรือ Bandwidth เหล่านี้จะถูกแบ่งให้แต่ละเว็บไซต์ในเครื่อง server เดียวกัน  ตามที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้

ถ้าหากมีการจำกัดปริมาณการเข้าออกของข้อมูลเอาไว้ เมื่อเว็บไซต์ มีจำนวนผู้ใช้งานมากเกินกำหนด ก็จะทำให้ server มีการระงับการใช้งานของเว็บไซต์นั้นชั่วคราว และจะสามารถเข้าใช้งานได้ใหม่ในเดือนถัดไป

ซึ่งผู้ใช้บริการเว็บโฮสติ้ง ที่มีปริมาณการเข้าออกของข้อมูลมากเกินกำหนดจึงควร Upgrade สเป็กของโฮสติ้งให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานของเว็บไซต์ตนเอง

เว็บโฮสติ้งที่ให้บริการ Data transfer แบบ Unlimited หมายถึง การไม่กำหนดหรือการไม่จำกัดปริมาณการเข้าออกของข้อมูลระหว่างเว็บไซต์กับเครื่อง Server และจะไม่มีการระงับการใช้งานถึงแม้จะมีอัตราการเข้าออกของข้อมูลในเว็บไซต์นั้นมากเพียงใดก็ตาม

โปรโมทเว็บไซต์ (ร้านค้าออนไลน์)

วิธีการโปรโมทเว็บไซต์ และ การทำตลาดออนไลน์ให้ร้านค้า บทความนี้ผมขอเขียนถึงแค่วิธีการโปรโมทนะครับ และจะเขียนจากที่ผมใช้จริงเท่านั้น วิธีไหนที่ผมไม่ได้ทำหรือไม่ได้ใช้ก็จะไม่เขียนถึง จะยังไม่ลงเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ เพราะข้อมูลมันมียิบย่อยเยอะ การโปรโมทเว็บไซต์ก็เป็นหนึ่งในการทำตลาดออนไลน์เหมือนกัน (แค่โปรโมทเว็บไซต์เป็นก็ขายของได้แล้วนะ ถ้าทำดีๆ)

สำหรับวิธีการโปรโมทเว็บไซต์ให้ขายของได้นั้น มีอยู่ 2 แบบคือ ทบทวนกันก่อน

  1. แบบเสียเงิน
  2. แบบฟรี ไม่ต้องใช้เงิน

บทความนี้ ผมจะใช้แบบแรกอย่างเดียวนั้นก็คือ “ใช้เงิน” นั้นเอง และการโปรโมทของผมทำอยู่ 2 วิธีคือ

  1. ลงโฆษณาโปรโมทเว็บไซต์กับ Facebook Ads
  2. โฆษณากับ Google Adwords

หลักๆ เลยผมจะใช้ Google Adwords เป็นหลักและใช้งบมากที่สุด Google Adwords คือการลงโฆษณากับ เว็บไซต์ google และเว็บพัธมิตรของ google โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นคลิ๊ก ราคาคลิ๊กก็ขึ้นอยู่กับ Keyword นั้นๆ และคู่แข่ง

ตัวอย่างการโปรโมท เช่น ผมขายสินค้าเกี่ยวกับอาหารเสริมลดน้ำหนัก อับดับแรกเลย ก็ต้องทำการหา Keyword ที่ต้องการก่อน ดูจากสินค้าของเราว่าเป็นอะไรในที่นี้สินค้าของผมคือ อาหารเสริมลดน้ำหนัก ดังนั้นผมก็จะกำหนด keyword เป็นพวก ลดน้ำหนัก, ลดความอ้วน, อาหารเสริมลดน้ำหนัก เป็นต้น เมื่อได้ keyword แล้วก็ต้องนำเอา keyword เหล่านี้ไปเช็คราคาดูว่ามีค่าคลิ๊ก คลิ๊กละกี่บาท (ใน google adwords จะมีเครื่องมือให้เราใช้เช็คราคาของแต่ละคีย์ได้)

เมื่อรู้ราคาแล้ว ต่อมาก็ต้องกำหนดงบประมาณต่อวัน เช่นถ้าราคาคลิ๊ก คลิ๊กละ 5 บาท เราอาจจะตั้งงบประมาณต่อวันไว้ที่วันละ 300 บาทเป็นต้น เมื่องบหมดโฆษณาก็จะหยุดทำงาน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบของแต่ละคน นี่คือการโปรโมทโดยใช้ Google Adwords ข้อดีของมันคือเราเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ และถ้าตั้งค่าโฆษณาดีๆ ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากจะเป็นการโปรโมทให้คนรู้จักเว็บไซต์เราแล้ว ยังสามารถขายสินค้าได้ทันทีอีกด้วย ข้อเสียคือใช้เงินเยอะหน่อย

ส่วนการลงโฆษณาโปรโมทเว็บไซต์กับ Facebook Ads ไม่มีไรมาก ก็ใช้ fanpage ของเรานั้นแหละเป็นตัวช่วยโปรโมท วิธีทำก็ง่ายๆ แค่โพสลิ้ง URL เว็บไซต์ลงไปแล้วก็กด Boot Post ผมทำแค่นี้จริงๆ แต่คนที่ไม่มี fanpage ก็อาจจะลำบากหน่อยนะ เพราะกว่าจะสร้าง กว่าจะหาคนมากด LIKE (ต้องเป็น LIKE คุณภาพด้วยไม่ต้องเน้นจำนวน) แต่จริงๆ แล้วถ้าเริ่มต้นใหม่ๆ เลยก็ใช้แค่ google adwords ก็เพียงพอแล้วนะ

วิธีที่ผมบอกมาทั้งหมดนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับบางคน เพราะที่เขียนมานี่ใช้เงินในการลงทุนทั้งหมด (คิดจะทำธุรกิจก็ต้องลงทุนเป็นธรรมดา) แต่ผมก็ไม่ได้ลงทุนอะไรเยอะขนาดเป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือน google adwords ผมลงโฆษณาวันละ 50 บาท และ facebook ผมลงโปรโมทเว็บไซต์วันละ 50 บาทต่อวันเช่นกัน รวมๆ ก็ประมาณเดือนละ 2,000 – 3,000 บาทต่อเดือน ที่ประมาณคือบางทีโฆษณามันก็ RUN ไม่เต็มเหมือนกันบางวันก็มีเงินเหลือใช้ไม่หมดก็มี

และที่พูดมาทั้งหมดนี้ถ้าคุณมีงบพอ และไม่อยากทำเองแนะนำให้ไปจ้างทำการโปรโมทเว็บไซต์เลยครับ จะได้ประหยัดเวลาไปเยอะ และผลที่ได้ (ถ้าจ้างบริษัทที่เก่งๆ นะ) รับรองคืนทุนแน่นอน

SEO คืออะไร

SEO คืออะไรคำถามนี้ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงงานออนไลน์คงจะไม่รู้จักแน่ นอน แต่ถ้าเป็นคนที่มีเว็บไซต์ blog เป็นของตัวเองต้องรู้จักคำว่า SEO แน่นอน (หรืออาจมีบางคนที่ยังไม่รู้จักก็มีนะ) บทความนี้จะมาอธิบายให้ทุกท่านที่ยังไม่รู้จัก SEO ให้ได้ดูกันครับเผื่อจะเป็นประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ต่อเว็บไซต์ของท่านเอง

seo ถ้าอ่านออกเสียงหลายคนก็จะอ่านว่า เสี่ยว แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อ่านแบบนี้นะครับเพราะมันเป็นตัวย่อ seo ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization ถ้าแปลตรงๆ ก็ “เครื่องมือค้นหาการเพิ่มประสิทธิภาพ” อ่านแล้วจะงง ขออธิบายเป็นภาษาไทยให้เข้าใจง่ายๆ ตามนี้ครับ คือ “การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เสิร์ชเอนจิ้นชอบ” นั้นเอง

Search Engine (เสิร์ชเอนจิ้น) คืออะไร? ก็คือเครื่องมือค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่พวกเราใช้กันอยู่ประจำยังไงละครับ ที่เราคนไทยรู้จักกันดีนั้นก็คือ Google พี่ใหญ่แห่งโลกออนไลน์นั้นเอง (หลายคนที่เรียนเวลาทำรายงานก็อาจจะผ่านมือมาบ้างนะครับ) แต่เสิร์ชเอนจิ้น ก็ไม่ได้มีแค่ goolge อย่างเดียวเท่านั้นยังมีเสิร์ชเอนจิ้นอื่นๆ อีกมากมายเช่น Bing, Yahoo, Ask เป็นต้น แต่ที่คนไทยนิยมมากที่สุดก็คือ google นี่และครับ

แล้วทำไมเราต้องปรับแต่เว็บไซต์ให้พวก เสิร์ชเอนจิ้น ชอบด้วยละ?

จะขออธิบายให้เห็นภาพดังนี้นะครับ ยกตัวอย่างถ้าเรามีเว็บไซต์สัก 1 เว็บไซต์ เว็บของเราสวยงามมากพวกลูกเล่นต่างๆ ไฮโซขั้นเทพเลย แต่ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมละ จะเกิดอะไรขึ้น บางคนอาจจะเถียงว่าก็เอาชื่อเว็บไซต์ไปแจกให้คนอื่นๆ เข้ามาดูก็ได้นิ แบบนี้ก็ทำได้ครับแต่จะได้สักกี่คน ทีนี้เรามาดูที่มาของคนที่จะเข้ามาดูเว็บไซต์เราดูกว่ามาจากไหนบ้าง

  1. มากจากการที่เราเอาชื่อเว็บไซต์โดเมนไปโพสตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้คนเข้า (แต่ก็ไม่มาก)
  2. โฆษณาตามเว็บต่างๆ (เสียเงินนะ)
  3. เข้าชมเว็บไซต์โดยผ่าน เสิร์ชเอนจิ้น อย่าง google

สมมุติว่าเราทำเว็บไซต์ขายของเกี่ยวกับอาหารเสริม กลุ่มลูกค้าของเราก็คือคนที่ต้องการอาหารเสริมใช่ไหมครับ พวกกลุ่มลูกค้าเวลาจะหาซื้ออาหารเสริมเขาก็ต้องหาข้อมูล และแน่นอนเขาต้องใช้ google ในการหาข้อมูลแน่ๆ เวลาลูกค้าเราหาข้อมูลก็จะพิมพ์คำค้นหาว่า “อาหารเสริม” พอพิมพ์ลงไป google ก็จะแสดงผลการค้นหาขึ้นมา ให้สังเกตดูว่าในหน้าแรกของ google จะมีชื่อเว็บไซต์ที่ google นำมาแสดงแค่ 10 เว็บไซต์เท่านั้น ถ้าเว็บไซต์เราถูกปรับแต่งมาเพื่อให้ google ชอบ เว็บไซต์เราก็จะเป็น 1 ใน 10 อันดับแรก โอกาสที่เราจะขายของได้ก็จะมีสูงมาก แต่ถ้าเราไม่สนใจเรื่อง การทำ SEO เลย โอกาสที่เว็บไซต์ของเราจะติดหน้าแรก google แทบจะไม่มีเลยแล้วถ้าเว็บไซต์เราไม่ติดหน้าแรกโอกาสที่จะขายของได้ก็น้อยลง ไปเช่นกัน

สรุปให้เข้าใจง่ายๆ เลย การทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์เราติดหน้า 1 ใน เสิร์ชเอนจิ้น นั้นเอง แต่ทำไหมต้องเน้นที่ google ด้วย ก็เพราะ google เป็น เสิร์ชเอนจิ้นยอดนิยมอับดับ 1 นั้นเองครับแต่ไม่ใช่ว่าเสิร์ชเอนจิ้นอื่นๆ ไม่สำคัญนะก็สำคัญเหมือนกัน….


Very comfortable booking service of hotels - find paris hotels using cluberia.com.